โฮเทล เดอ ออริจิ้น

เส้นทางสู่วัฒนธรรมพื้นถิ่นของเชียงใหม่

Hotel de Originธาตุนั้นคือ " ความตั้งอยู่ตามธรรมดา ความเป็นไปตามธรรมดา ก็คงตั้งอยู่อย่างนั้นเอง " โรงแรมโฮเทล เดอ ออริจิ้นกำเนิดขึ้นจากองค์ความรู้ของธาตุทั้งสี่คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และประวัติการตั้งถิ่นฐานของคนล้านนาและชนชาติต่างๆที่เข้ามาอยู่อาศัยทำการค้าขายในบริเวณใกล้กับที่ตั้งของโรงแรม เช่น ย่านท่าแพ ย่านช้างคลาน ย่านวัดเกตุ รวมถึงดินแดนริมฝั่งแม่น้ำปิงทางตะวันออกและตะวันตก

ทางโรงแรมได้นำเอาธาตุทั้งสี่และการตั้งถิ่นฐานของชนชาติพันธุ์ต่างๆมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบห้องพักของโรงแรมแห่งนี้รวมถึงได้นำเอาภูมิปัญญาชาวบ้านในอดีตที่เรียกว่า “ฝาไหล” ทำด้วยไม้ สามารถเลื่อนปิดเปิดได้ เป็นลักษณะที่ตรงกับการใช้คำในปัจจุบันที่ว่า “บานเลื่อน” ซึ่งคนล้านนาในอดีตใช้ฝาไหลในการระบายอากาศตอนหน้าร้อนและเพื่อกันลมหนาวหรือเพื่อความเป็นส่วนตัวมาเป็นรูปแบบสัญญาลักษณ์ของโรงแรมโฮเทล เดอ ออริจิ้นอีกด้วย

The Staff

พนักงานของโรงแรม

ส่วนชนชาติพันธุ์ที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในละแวกใกล้กันกับที่ตั้งของโรงแรมในช่วง 50 - 100 ปี ที่ผ่านมาก็มีหลายชนชาติ เช่น คนปากีสถานและอินเดียที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยผ่านทางประเทศพม่าที่เรียกว่า ”แขกปาทาน” คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เข้ามาค้าขาย ทำการปศุสัตว์ เลี้ยงวัวเพื่อขายเนื้อ และเข้ามาตั้งรกรากในเชียงใหม่ คนพื้นเมืองจะเรียกชนกลุ่มนี้ว่า “กุลาดำ”

คนอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาตั้งรกรากในจังหวัดเชียงใหม่คือชาวยุโรป ซึ่งส่วนมากเข้ามาเพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและก่อตั้งโรงเรียน เช่น โรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน ,โรงเรียนเรยีนาเชลี , โรงเรียนพระหฤทัย , โรงเรียนมงฟอร์ต คนพื้นเมืองจะเรียกชนกลุ่มนี้ว่า ”กุลาขาว”

คนจีน มีอยู่สองกลุ่ม คือ คนจีนฮ่อที่อพยพมาจากมลฑลยูนานในช่วงที่ประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ คนจีนกลุ่มนี้นับถือศาสนาอิสลามและตั้งรกรากอยู่ระหว่างถนนเจริญประเทศและถนนช้างคลาน
อีกกลุ่มหนึ่งคือคนจีนที่โล้สำเภาเข้ามาในประเทศไทยและเดินทางจากกรุงเทพโดยเรือหางแมงป่องเข้ามาตั้งรกรากเพื่อค้าขายในเชียงใหม่แถบถนนท่าแพ ถนนช้างคลาน และถนนช้างม่อยซึ่งจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า คนจีนโพ้นทะเล ซึ่งในภาษาจีน เรียกว่า “หัวเฉียว”

ทุกชั้นของโรงแรมโฮเทล เดอ ออริจิ้นถูกออกแบบให้มีองค์ประกอบของธาตุทั้งสี่คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ นั่นเอง.